• หนังสือปกขาว ... วรรณกรรมพิมพ์ดีด

    ผู้คนที่เกิดขึ้นมาก่อนยุคคอมพิวเตอร์ครองเมืองน้อยคนจะรู้จักกับ "หนังสือปกขาว"
    ที่แน่ใจว่ามีคนรู้จัก "หนังสือปกขาว" เป็นบางคน
    เพราะคนที่จะรู้จักหนังสือปกขาวมีข้อบ่งชี้หลายประการ เช่น
    ต้องเป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยจะเป็น "ผู้ดี" ในคำจำกัดความของยุคนั้น
    และจะต้องเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเคารพกฎเกณฑ์ทางวัฒนธรรมของสังคมไทยในยุคนั้น
    เพราะหนังสือปกขาวถูกนับว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
    ผู้ที่มีอยู่ในความครอบครองถือว่าเป็นผู้กระทำความผิด
    และที่สำคัญก็คือ
    มีโอกาสได้อับอายขายหน้าผู้คนยิ่งกว่าข้อหาฆ่าคนตายเสียอีก
    นี่คือความจริงของสังคมไทย

  • หนังสือปกขาว ... บันทึกความเป็นจริง

    ในอีกความหมายหนึ่งของ "หนังสือปกขาว" ก็คือการแถลงถึงความเป็นจริง
    โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
    เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมูลที่ปรากฎขึ้นอย่างถูกต้องที่สุด
    และตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นโดยปราศจากการบิดเบือนใดๆ
    โดยการแสดงให้เห็นถึงหลักฐานอ้างอิงอย่างครบถ้วน
    แต่นั่นคือความหมายที่ผู้เขียนต้องการ
    ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
    "หนังสือปกขาว" อาจเป็นการบิดเบือนข้อมูลอย่างน่าละอายที่สุด
    เพราะอาจจะมีการเสกสรรปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นมาเองทั้งสิ้น
    เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนเองและพวกพ้อง

และนี่คือ ... สมุดปกขาว

เพื่อแสดงให้เห็นความเป็นไปทางการเมืองของไทย ย้อนถอยหลังกลับไปมองตั้งแต่ยุคสมัยแรกๆ ของชนชาติไทย ในอดีตกาล

และมาเริ่มต้นกับความเคลื่อนไหวของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 จนถึงวันนี้ที่การเมืองไทยกำลังถูกบิดเบือนรูปแบบการปกครองให้ผิดไปจากเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ในแผ่นดิน

ผู้มีอิทธิพลสูงสุดในแผ่นดินของช่วงเวลาใดๆ ย่อมเป็นฝ่ายที่ถูกต้องเสมอ ทุกความคิดเห็นจะต้องได้รับการยอมรับและจะต้องได้รับการตอบสนองโดยปราศจากข้อขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไร้สาระ เรื่องที่มองเห็นได้ชัดว่าเป็นความอยุติธรรม เรื่องที่ไม่ก่อให่เกิดผลประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ทุกเรื่องจะต้องดำเนินการไปตามความคิดของผู้นำ

ความถูกต้อง ... ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของความเป็นจริงเสมอมา

ประวัติศาสตร์ ... ศึกษาได้จากบันทึกเหตุการณ์ที่ปรากฎให้เห็นโดยบุคคลในยุคนั้นๆ หรือจากบุคคลในยุคต่อมาโดยอาศัยคำบอกเล่าสืบต่อกันมา แต่จะมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ไม่มีใครสามารถรับรองได้ว่าเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้นั้น ... เกิดขึ้นจริงตามตัวอักษรในบันทึก

อย่าลืมว่า ... ผู้ชนะคือฝ่ายที่ถูกต้อง

ประวัติศาสตร์ ... ถูกบันทึกขึ้นตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ... หรือ ... บันทึกตามเจตนารมณ์ของผู้ปกครอง

ความจริง ... ไม่อาจซ่อนเร้นไว้ได้ตลอดกาล แม้จะได้รับการปกปิดจากมาตรการต่างๆ ด้วยวิธีการต่างๆ แล้วแต่ยุคสมัยที่ผ่านมา แต่วันหนึ่งความจริงก็ต้องปรากฎออกมาให้เห็น เพราะความไม่จริงเมื่อผ่านการแต่งเติม บิดเบือน เปลี่ยนแปลง นานวันเข้าก็จะสามารถพิสูจน์ได้ว่ามันไม่ใช่ความจริง

เพราะความจริงเกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียว แต่การโกหกบ่อยครั้งย่อมผิดเพี้ยนออกไปจากเดิมทีละน้อย แล้วก็เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป

จนในที่สุดก็จะย้อนกลับเข้ามาหาจุดเริ่มต้น ... นั่นคือความจริง

พันโท ชนินท์ เพชรรัตน์ / 10 กรกฎาคม 2557

วงจร หรือ วัฏจักร

สถานการณ์ทางการเมือง การปกครองของบ้านเรา กำลังทดสอบความอดทนของประชาชนในเรื่องขีดจำกัดของการเรียนรู้บทเรียนจากอดีต ทั้งรูปแบบการปกครอง ทั้งรูปแบบการทำงาน วงจรนี้เคยปรากฎให้เห็นมาแล้วเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมานี้เอง เป็นรูปแบบการปกครองที่เน้นในด้านการเผยแพร่ข่าวสารต่างๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนให้เป็นไปในทิศทางที่ ฝ่ายปกครองต้องการ โดยหวังผลบางประการ

และผลที่ได้รับนั้น จะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ปกครอง

ครั้งหนึ่ง ผู้ปกครองประเทศสร้างคอมมิวนิสต์ขึ้นมาเป็นแหล่งกำเนิดของความเกลียดชัง เป็นตัวแทนของความชั่วร้ายนานาชนิด โดยไม่ยอมรับความจริงที่ว่า คอมมิวนิสต์นั้นคือความว่างเปล่า ... ณ จุดเริ่มต้น แต่เมื่อนานไปกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกขณะจนสุดความสามารถที่จะหยุดยั้งไว้ได้ จึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธในการกำจัดคอมมิวนิสต์จากระบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน มาเป็นกลยุทธทางการเมือง จนถึงวันนี้คนหลายคนยังไม่รู้ว่าคอมมิวนิสต์เกิดมาจากอะไร? ขณะที่คอมมิวนิสต์ในอดีตหลายคนกลับมาเป็นใหญ่ในทางการเมือง และกำลังใช้กลยุทธเดียวกันนี้อีกครั้งหนึ่งกับประชาชน

พันโท ชนินท์ เพชรรัตน์ / 29 กรกฎาคม 2558